เราชื่อ น้องหนู

เรารักการเดินทาง ชอบแบกเป้เข้าป่า ชอบเที่ยวภูเขา

เรามีความสุขเมื่อเห็นหมอกในตอนเช้า

เราชอบกินผลไม้ และ ชอบแว๊นมอเตอร์ไซต์ขึ้นเขาให้ลมตีหน้า

เราทำเพจเพื่อบันทึกความทรงจำและแบ่งปันเรื่องราวดีๆ

กดติดตามเราได้ที่ seasonjourney

40612291_1759527580767838_101547324823568384_n

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

เวลาทำการ
เปิดฤดูการท่องเที่ยว : 1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม
ปิดฤดูการท่องเที่ยว : 1 มิถุนายน – 30 กันยายน

อัตราค่าบริการ

ราคาบัตร : เด็ก นักเรียน นักศึกษา 20 บาท, ผู้ใหญ่ 40 บาท

*จำหน่ายบัตร ตั้งแต่เวลา 07.00-13.30 น. (ขึ้นภูได้ไม่เกิน 14.00 น.) เนื่องจากความปลอดภัยนะยูววว

ค่าที่พัก :
– นำเต้นท์มาเอง : ชำระค่าขอใช้พื้นที่กางเต้นท์ได้ที่ทำการอุทยานด้านล่างพร้อมกันตอนซื้อบัตรเลย
ค่าบริการ 30/คน/คืน
– จองบ้านพัก / จองเต้นท์ของทางอุทยาน : ไม่ต้องชำระในส่วนนี้น้า
*เว็บไซต์จองที่พักของอุทยาน http://nps.dnp.go.th/
กรมอุทยานอนุญาติให้สามารถจองล่วงหน้าได้ 60 วัน มีจำนวนจำกัดน้า
– เต้นท์เอกชน : บนภูกระดึงมีเต้นท์เอกชนให้บริการหลายร้าน ส่วนใหญ่ถ้าทางอุทยานมีเต้นท์ไม่เพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ก็จะแนะนำให้ไปเช่าจากเต้นท์เอกชน ราคาไม่แพงมากนัก 200-250 บาท/เต้นท์/คืน ใครที่ไม่ได้จองที่พักกับทางอุทยานไว้ล่วงหน้าเหมือนเรานี้ ก็อย่าได้หวั่น ขึ้นมาถึงแล้วเราจะไม่ยอมลงไปง่ายๆ

ค่าอุปกรณ์ / ที่นอน :
– หมอน 10 บาท/ใบ/คืน
– แผ่นรองนอน 20 บาท/คืน
– ถุงนอน 30 บาท/คืน
– ผ้าห่ม 30 บาท/คืน

40662282_236888077009681_7864387600637755392_n

สิ่งที่น่าจะจำเป็น

– รองเท้า ถุงเท้า : ใส่สบาย ไม่กัด พื้นไม่ลื่น ข้างหน้าตรงปากรองเท้าควรแข็งแรง (เพราะตอนลงจากภูกระดึงมันต้องใช้ยันตลอด) *หนีบรองแตะไปใช้บนข้างบนด้วยก็ดี จะได้พักเท้าด้วยนะ
– ยา : สำหรับคนมีโรคประจำตัว และ ยาสามัญต่าง เช่น ยาแก้ปวด ยาหม่อง ยาดม ยานวด
– สเปรย์ : กันยุง กันทาก (ช่วง พฤศจิกายน – เมษายน ไม่ค่อยเจอทากแล้วล่ะ แต่ ”ยุง” เจอทุกช่วง)
– ไฟฉาย : ควรมีติดไว้เผื่อหาของในเต้นท์ หรือ เดินไปทานข้าว อาบน้ำ ตอนกลางคืน
– หมวก : กันแดด กันหมอก และน้ำค้าง
– อุปกรณ์ electronic : แบตสำรอง (Power Bank) มือถือ กล้อง เพราะบนภูกระดึงจะใช้ไฟเพียง 6 โมงเย็น ถึง 4 ทุ่มเท่านั้น แต่ทางอุทยานก็มีบริการชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ศูนย์บริการ (มีค่าบริการ)
– เสื้อกันฝน เสื้อกันหนาว(ควรเป็นแบบมี hood)
– ทิชชู่เปียก และ แห้ง

สิ่งทีสำคัญมากกว่านั้น คือ จิตใจที่พร้อม และ มี passion “ใจไหว กายก็สู้ตาม”

การเดินทาง
– รถทัวร์ : ขึ้นรถได้ที่สถานีหมอชิต มีรถอยู่หลายบริษัท เลือกได้เลยสุดแต่ใจจะไขว่ขว้า
– รถไฟ : ขึ้นได้ที่สถานีหัวลำโพง
– เครื่องบิน : ขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมือง มาลงสนามบินเลย (ควรบินรอบเช้าๆเลย เพราะเดี๋ยวมาไม่ทันขึ้นอุทยาน)
การเดินทางของเรา : พอดีเรามาทำธุระที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นพอดี เลยเริ่มจาก ขอนแก่น แล้วกันเนอะ แต่!!
กว่าจะมาถึงขอนแก่นได้ก็น้ำตาไหลยันตาตุ่ม เพราะเราจำเป็นต้องเดินทางช่วงปีใหม่พอดี๊พอดี 30 ธันวาคม โอ้โน การเดินทางทุกช่องทาง เต็มและหมด!! ทั้งเครื่องบิน รถบัส รถทัวร์ รถไฟ แต่เหมือนดั่งสวรรค์มาโปรด หรือ ฟ้ากลั่นแกล้งฉัน ไม่รู้ นึกได้ว่าทุกปีรถไฟแกก็มีแบบขบวนเสริมตลอดๆ ก็เลยลุย เก็บสำภาระแล้ววาบไปหัวลำโพงทันที

พอมาถึงสถานีหัวลำโพง เราก็รีบไปสอบถามเจ้าหน้าที่
ฉัน : “ขบวนเสริมไปขอนแก่นยังมีไหมค้า”
เจ้าหน้าที่ : “ขบวนเสริมชั้น 3 เต็มแล้ว เหลือตั๊วยืนนะหนู”
ฉัน : หน้านิ่ง (ในใจ – what is ตั๊วยืน!!ของชั้น 3 วะ)
เจ้าหน้าที่ : รับไหมหนู
ฉัน : ค่า รับค่า (รับงงๆ แล้วเดินจากมา) ดูในใบตั๊ว อีก 2 นาที รถไฟออกกกกกก ว๊าก อยากกรีดร้อง

วิ่งๆๆ ไปถึงโบกี้ชั้น 3 จะขึ้น เอิ่มๆ จะขึ้นยังงายยยยย แต่ละประตูทางขึ้นมีมนุษย์จับจองห้อยโหนอย่างกับรถสองแถว ไปหน้าปากซอย
เดี๋ยว!! ใจเย็น คือ ลุงจะอย่างนี้ไปถึงขอนแก่นเลยใช่ม๊า
เอายังไงๆ ถ้าไม่ขึ้นก็ไม่ได้ ไม่มีทางไหนแล้วนอกจากเหาะ เราเลยตัดสินใจเอาเตารีดนาบตัวให้แบนแล้วแทรกขึ้นมา
พอขึ้นมาก็เข้าใจหัวอกของลุงเลยว่าทำไมเลือกไปอยู่ตรงนั้น

…………………………………………………………………………………………………………………………………..

*จงจินตนาการตามฉัน : ที่นั่งหลังตรงนั่ง 3 คน/เบาะ ข้างๆบนเบาะมีคนนอน ช่องทางเดินคนนั่ง หน้าห้องน้ำคนยืน ประตูที่คิดว่ามันคือช่องรับอากาศสำหรับรถไฟชั้น 3 คนยืน ปิด ปิด หมดเลย ในสมองตอนนั้นมีประโยคหนึ่งวาบมา “เอิ่ม กุสามารถเอาสรีระและสัมภาระไปอยู่ตรงไหนของโบกี้นี้ได้บ้างหรือ”
เมื่อเริ่มเข้าใจคำว่า ”ตั๊วยืน ชั้น 3!!” ก็ทำหน้าที่ต่อไป คือ ยืน!น่าจะเกือบๆถึงอยุธยา มันก็ฟ้ามึดแล้วอ่านะ แบบกล้ามน่องไม่ไหวล๊าวว เราเลยพยายามแทรกตัวนั่งหย่อนตูดลงไปบนพื้นอย่างนิ่มนวล แล้วไม่คิดจะลุกไปไหนอีกเลย
เราก็ทำตัวหลับๆตื่นๆมาจนถึง สถานีขอนแก่น ในช่วงเช้ามืด น้ำตาจิไหล เดินแทบไม่เป็นเลยทีเดียว จากนั้นเราก็ไปทำธุระต่างๆนาๆ จนเสร็จก็คิดในใจ กว่าจะมาถึงนี่! จะกลับไปง่ายๆก็ใช่ที่ ไปเที่ยวหน่อยดิ๊ ก็เสริชๆๆเปิดๆๆ ปิ๊ง ”ภูกระดึง” ยังไม่เคยไปเลย เอาหน่อยโวย ฮึกเหิมๆ

เราเริ่มออกจาก สถานีขนส่งขอนแก่น นั่งรถไปลงผาลงเค้า : ราคาประมาณ 70 บาท มั้งนะ (จำไม่แม่น ไม่เกิน 100)
ขึ้นรถสองแถวแดงไปอุทยาน : จอดข้างๆร้านเจ้กิม หน้าป้อมตำรวจ (ขากลับก็เหมือนกัน รถสองแถวแดงจะจอดในอุทยานที่เดียวกับขามา) ราคา 30 บาท/คน
พอไปถึงก็จัดแจงทุกอย่างให้เสร็จ แล้วเราก็เดินไปขึ้นภูระดึงกันเลยยยยย

40685095_1759523624101567_7631400300733005824_n.jpg

ที่ด้านล่างเค้ามีบริการลูกหาบด้วย ราคา 30 บาท/กิโลกรัม แต่ด้วยความหยิ่งของฉัน คิดว่าของในเป้มันไม่ได้หนักมากขนาดนั้นนนนน ประมาณ 4 กิโล กล้องบนคอรวมเลนส์ อีก กิโลกว่าๆ ถ้าเดินทางราบมันก็ไหวอ่านะ แต่ด้วยทางที่เดินขึ้นมันชันและบางช่วงก็ต้องใช้มือจับต้นไม้โน่นนี่นั่น

เราจึงขอแนะนำ เดินตัวเปล่าๆเถอะ โปรดมอบหน้าที่ให้ลุงและป้าลูกหาบที่กำยำทั้งหลาย

ระยะทาง : จากด้านล่างจนถึงยอดภูกระดึง ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
ระยะเวลา : ใช้เวลาทั้งหมด 4 – 5 ชั่วโมง
เส้นทาง : เชิงเขา – ปางกกค่า – ซำแฮก – ซำบอน – ซำกกกอก – ซำกอซาง – พร่านพรานแป – ซำกกหว้า – ซำกกไผ่ – ซำกกโดน – ซำแคร่ – หลังแป

“ซำแฮก”

เริ่มจากเชิงเขา ไปถึง ”ซำแฮก” มีความรู้สึกว่าป้ายบอกทางซำนี้คงหายไปล่ะมั้ง == แต่ยังยิ้ม เฮอาได้อยู่ จุดนี้มีน้ำ ผลไม้ ที่นั่ง ห้องน้ำ บริการด้วยนะ สภาพแต่ละคน นั่งหอบแฮก สมชื่อซำเลย

40840084_1759523690768227_2679672955453046784_n

40779112_1759523944101535_4323037187906994176_n

”ซำบอน”

เราเดินมาไม่นานเราก็ถึง ”ซำบอน”
สภาพร่างกายยังไหวนะยูวว เหงื่อซึมๆ 5555555

40600260_1759523767434886_6995523288684298240_n

”ซำกกกอก”

ตะเกียดตะกายจนมาถึงซำถัดมา ”ซำกกกอก”
เดินขึ้นมาพร้อมลูกหาบที่แบกของเต็มป่า อยากจะถามแกว่ารับฝากของเพิ่มไหม

ฮือ อยากโยนทิ้ง40597566_1759523860768210_7854177286554124288_n

40756102_1759523810768215_5493577773643464704_n

”ซำกอซาง”

เรามาถึง ”ซำกอซาง” ประมาณเที่ยงกว่าๆ
กล้ามน่องก็เริ่มดึงๆล่ะหนิ เลยขอพักยาวๆหน่อย

40592184_1759523890768207_4289563810529804288_n

จุดนี้มีร้านอาหาร น้ำดื่ม ลานพัก ห้องน้ำพร้อม
อาหารมีทั้ง อาหารตามสั่ง ไอติมโบราณ ผลไม้ เช่นแตงโม ก็มี

40912829_265243054312514_3248294808325718016_n

ราคาสินค้าก็ไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับที่เค้าต้องแบกขึ้นมา
ของฝากก็มีน้า ควรซื้อขากลับเนอะ

40684482_1759523960768200_225002131067764736_n

40626775_1759524007434862_7400098745427165184_n

คุณลุงคนนี้กำลังลงจากภูกระดึง แกบอกว่าแกมาทุกปีเลย ให้เรามาบ่อยๆเหมือนแกนะ
นี่แกเดินขึ้นและเดินลง ในวันเดียวกัน!!
กราบค่ะ

40642318_1759524247434838_2341895956833763328_n

”พร่านพรานแป”

ไม่กี่อึดใจก็มาถึง ”พร่านพรานแป”
เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่ลืม หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายนะยูวววว

40656980_1759524387434824_1587100860956016640_n.jpg

”ซำกกหว้า”

เดินตุ่มๆมาจนถึง ”ซำกกหว้า” ขอนั่งพักสักหน่อย
นั่งมองลูกหาบแบกขึ้นไปคนแล้วคนเล่า
ในใจ คือ เรามีทำไม ทำไมถึงมา ตั๊วยืนชั้น 3 ยังไม่พออีกหรือ นั่งพึมพำไปสักพัก ก็อึบแล้วเดินหน้าต่อไป เพราะถ้าเดินลงก็บ้าล่ะ
ไปต่อ!

40595715_1759524434101486_7230475420162850816_n

40664561_1759523804101549_8165378973165944832_n

”ซำกกไผ่”

ถัดมาเป็น ”ซำกกไผ่” น่าจะเพราะสองข้างทางเป็นต้นไผ่โอบล้อม
เป็นเส้นทางที่สวยมากเลย

40603041_1759524470768149_896306623239159808_n

40595171_1759524557434807_8688848333071974400_n

40621976_1759524517434811_8001147545550061568_n

”ซำกกโดน”

คลานมา อ่ะ ไม่ใช่ เดินและปีนมาจนถึงซำรองสุดท้าย ”ซำกกโดน”
พอขึ้นมาสูงขึ้นเรื่อยๆ หมอกก็ยิ่งหนาขึ้น หนาขึ้น

สิ่งที่เจอต่อจากนี้ คือ
ปีน
ปีน
ปีน
ต่อไปเรื่อยๆ เริ่มมีความไม่สนุก หน้าเริ่มอึน เหงื่อยกำลังไหลหมดตัวแล้วหรือ ฮาฮ่า
โหดจริงอะไรจริง ไม่พูดมาก เหนื่อย!

40587506_1759524600768136_6781703066316963840_n

40644304_1759524710768125_8465021382365806592_n

40592142_1759524764101453_1469819554803744768_n

”ซำแคร่”

ลากสังขารมาจนถึงซำสุดท้าย ”ซำแคร่” เส้นทางจากนี้ไปจะเป็นเหมือน จุดเอาชนะใจตัวเอง

มันยิ่งกว่าความเหนื่อย แต่เราก็ยังสั่งกล้ามแขนให้ยกกล้องลั่นชัตเตอร์ มาเก็บไว้

40591354_1759524854101444_6866699854924480512_n.jpg

คุณป้าคุณลุงที่เดินสวนมาแกก็บอกตลอดทางว่า อีกนิดเดียวลูกๆ ใกล้แล้วๆ
ซำแรกๆก็เชื่อแกหรอก แต่พอมาถึงตรงนี้ โปรดอย่าหลอกหนูววววว
แง่
ทางคือชัน จนถึง ชันมากกกกก
เฮือกสุดท้าย คือ บันได ที่อยากหาอะไรมาวัด มันเกือบจะ 90 องศา แล้วนี่ (70 องศาเห็นจะได้)

40658668_1759524887434774_7762307764293992448_n

40644807_1759524907434772_1513261843332726784_n

40634999_1759524880768108_2488841004371673088_n

”หลังแป”

สุดท้ายแล้ววววว
เมื่อเราเดินขึ้นมาถึงหลังแป เราก็ต้องเดินทางราบต่อไปอีกประมาณ 3 กิโลกว่าๆ
ซึ่งมันชิลมากกกก เมื่อเทียบกับทางที่ผ่านมา
คุณลุงก็จะเปลี่ยนจากแบกสัมภาระกับไม้ มาเป็นเข็นรถเข็นแทน สตรองมากๆเลยเนอะ
สองข้างทางมีค้นไม้ขึ้นอุดมสมบูรณ์ หมอกหนาขั้นเรื่อยๆๆ
ไป! เดินกันต่อ

40752495_1759527844101145_6784053388385452032_n

40592134_1759527444101185_5023127762076958720_n

40946738_1759527734101156_6269499053441024000_n

40591904_1759527507434512_8006629100640796672_n